
"ประมวล เอมเปีย" ฝันเป็นจริงอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
ครม.อนุมัติ 6.7 พันล้าน
ความเพียรพยายามของ ประมวล เอมเปีย ที่มีความฝันอยากให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งน้ำทำการเกษตรอย่างเพียงพอ จึงพยายามผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงให้เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้น ถึงแม้ว่าโครงการดังกล่าวมองดูแล้วจะริบหรี่ก็ตาม โอกาสจะแจ้งเกิดน้อยมาก ประกอบกับหลายคนมองไม่เห็นความสำคัญ
ระยะทางก็ยาวไกลเหลือเกิน เพราะในกลุ่มไม่มีใครเป็นตัวแทนระดับชาติ จนกระทั่ง ประมวล เอมเปีย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จ.ชลบุรี ก็ประกาศจะสานฝันให้เป็นจริง แต่ยังไม่เข้าไปทำงานในสภาฯก็เกิดการปฏิวัติเสียก่อน
โอกาสเริ่มจะเป็นจริงเมื่อ ประมวล เอมเปีย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ. ชลบุรี ประกอบกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงให้สำเร็จเป็นรูปธรรม
จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จึงบรรจุโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงเข้าปีงบประมาณ 2553
ทำเอา ประมวล เอมเปีย ปลื้มใจขนาดหนัก เมื่อความฝันเป็นจริง......อ่านต่อ
"ประมวล เอมเปีย" ฝันเป็นจริงอ่างเก็บน้ำคลองหลวง

ครม.อนุมัติ 6.7 พันล้าน
ความเพียรพยายามของ ประมวล เอมเปีย ที่มีความฝันอยากให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งน้ำทำการเกษตรอย่างเพียงพอ จึงพยายามผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงให้เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้น ถึงแม้ว่าโครงการดังกล่าวมองดูแล้วจะริบหรี่ก็ตาม โอกาสจะแจ้งเกิดน้อยมาก ประกอบกับหลายคนมองไม่เห็นความสำคัญ
ระยะทางก็ยาวไกลเหลือเกิน เพราะในกลุ่มไม่มีใครเป็นตัวแทนระดับชาติ จนกระทั่ง ประมวล เอมเปีย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จ.ชลบุรี ก็ประกาศจะสานฝันให้เป็นจริง แต่ยังไม่เข้าไปทำงานในสภาฯก็เกิดการปฏิวัติเสียก่อน
โอกาสเริ่มจะเป็นจริงเมื่อ ประมวล เอมเปีย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ. ชลบุรี ประกอบกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงให้สำเร็จเป็นรูปธรรม
จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จึงบรรจุโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงเข้าปีงบประมาณ 2553
ทำเอา ประมวล เอมเปีย ปลื้มใจขนาดหนัก เมื่อความฝันเป็นจริง
ประมวล เอมเปีย เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวง อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างประมาณ 19,000 ไร่ สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 98-140 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอนุมัติงบประมาณ 6,700 ล้านบาท ผูกพัน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2559 ในปี 2553 จะอนุมัติงบประมาณในการเวนคืนที่ดินทั้งหมด 981 ล้านบาท การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ จะเกิดผลดีในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งซ้ำซากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.พนัสนิคม อ.พานทอง
หากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงก่อสร้างสำเร็จจะเกิดผลดีต่อเกษตรกร ที่จะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และยังจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม โรงกลั่นน้ำมัน และน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาในพื้นที่ จ.ชลบุรี และพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทราบางส่วนคือ เขต อ.บ้านโพธิ์ และ อ.เมืองฉะเชิงเทราอีกด้วย

"ดีใจเป็นที่สุด ความฝันกลายเป็นจริงขึ้น ถ้าตายก็ตายตาหลับแล้ว"

ลองมาย้อนดูความเคลื่อนไหวก่อนที่จะประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม
พ.ศ.2508 กรมชลประทานมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวง ที่บริเวณตำบลท่าบุญมี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ของภาคตะวันออก
พ.ศ.2508-2509 กรมชลประทานดำเนินการสำรวจภูมิประเทศทั้งในบริเวณอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่รับประโยชน์ เพื่อออกแบบโครงการ โดยกำหนดความจุอ่างฯ ที่ระดับเก็บกัก 110 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 40,000 ไร่ พื้นที่น้ำท่วมบริเวณอ่างฯ 20,100 ไร่
พ.ศ.2514 เริ่มก่อสร้างโครงการ โดยก่อสร้างถนนเข้าหัวงานระยะทาง 9.0 กิโลเมตร ถางป่าปรับพื้นที่บริเวณหัวงาน และก่อสร้างที่ทำการ บ้านพัก โรงเรือนชั่วคราว
พ.ศ.2515 กรมชลประทานสั่งชะลองานก่อสร้างไว้ก่อน เพื่อดำเนินการกันเขตรังวัดแบ่งแยก และจัดซื้อที่ดินให้แล้วเสร็จก่อน
12 พฤษภาคม 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสุหะ ถนอมสิงห์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา และนายเล็ก จินดาสงวน นายช่างใหญ่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ได้พระราชทานพระราชดำริ เกี่ยวกับงานชลประทานในเขตจังหวัดชลบุรี โดยในส่วนของ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง ทรงมีพระราชดำริว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาก่อสร้างหลายปี และใช้งบประมาณมาก ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณซื้อที่ดินในบริเวณอ่างฯถึง 250 ล้านบาท จึงควรพิจารณาก่อสร้างอ่างฯคลองหลวงให้เล็กลงเท่ากับพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ที่จัดซื้อที่ดินไว้แล้ว หรืออาจจะซื้อเพิ่มเติมเล็กน้อย สำหรับระบบส่งน้ำให้สร้างไว้ตามเดิม และให้ไปสร้างอ่างเก็บน้ำเหนืออ่างฯ นี้ขึ้นไปประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อเก็บน้ำให้ได้อย่างเต็มที่ สำหรับเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของอ่างฯคลองหลวง ซึ่งพื้นที่ทางเหนือน้ำนี้เป็นเขตป่าสงวนปัญหาเรื่องที่ดินก็จะลดลง
พ.ศ.2525-2526 กรมชลประทานได้สำรวจภูมิประเทศ และศึกษาโครงการตามแนวพระราชดำริ โดยผลการศึกษาได้กำหนดให้ก่อสร้างอ่างฯ ที่บริเวณเหนือน้ำของอ่างฯคลองหลวงจำนวน 12 แห่ง
สิงหาคม 2526 กรมชลประทานร่วมกับ JICA ได้ศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก (ระยะที่ 2) เพื่อจัดหาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ สำหรับสนับสนุนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมของชาติ ณ บริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ซึ่งได้ศึกษาความเหมาะสมโครงการอ่างฯคลองหลวงไว้ด้วย
16 มีนาคม 2530 กรมชลประทาน และจังหวัดชลบุรีร่วมกับ บริษัทวิศวกรที่ปรึกษา ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ได้ศึกษาทบทวนโครงการอ่างฯคลองหลวง ตามแนวพระราชดำริ และจะทำการก่อสร้างโครงการ โดยใช้เงินช่วยเหลือจากประเทศญี่ปุ่น 140 ล้านบาท แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎร ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมจากการก่อสร้างอ่างฯได้คัดค้าน การก่อสร้างจึงไม่ได้ดำเนินการ
พ.ศ.2534 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กรมชลประทานดำเนินการ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำบางปะกงตอนบนและสาขา กรมชลประทานจึงได้จัดตั้งสำนักงานโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำบางปะกงขึ้น
16 กันยายน 2539 กรมชลประทานเซ็นสัญญาจ้าง บริษัท พอล. คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้สำรวจและออกแบบรายละเอียดหัวงาน และระบบส่งน้ำ โครงการอ่างฯคลองหลวง โดยดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี 2544
31 มีนาคม 2541 กรมชลประทานมีหนังสือที่ กษ.0324/2263 ถึง สผ.เพื่อเสนอผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม
20 มีนาคม 2543 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
กันยายน 2544 กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท พอล คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จำกัด ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
6 ธันวาคม 2545 คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ สผ. ประชุมครั้งที่ 9/2545 ได้มีมติให้กรมชลประทานศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง Soil-geochemistry ในบริเวณที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด เพื่อหาแหล่งกำเนิดของแมงกานีส และปรอทให้ชัดเจน (มีหนังสือถึงกรมชลประทานที่ ทส.1009/3090 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2546)
10 เมษายน 2546 นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ มีกระทู้ถามเร่งรัดโครงการต่อสภาผู้แทนราษฎร
29 กรกฎาคม 2546 สำนักสำรวจด้านวิศวกรรม และธรณีวิทยาส่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลให้สำนักบริหารโครงการ โดยสรุปว่า แร่ปรอทพบปะปนอยู่ในปริมาณต่ำ โดยเกิดร่วมกับแร่พลวงจากปริมาณปรอทที่พบไม่มีปัญหาเรื่องผลกระทบต่อแหล่งน้ำในโครงการ เพราะปรอทจะตกตะกอนปะปนในดินและไม่ละลายน้ำ ส่วนแร่แมงกานีสพบว่ามีปริมาณสูง แต่ยังไม่ชัดเจนเป็นชนิดละลายน้ำได้ หรือชนิดไม่ละลายน้ำ จึงควรเก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์เพิ่มเติม ถ้ามีอยู่ต่ำก็จะไม่มีผลกระทบต่อโครงการ แต่ถ้าพบว่ามีปริมาณสูง จะต้องหาวิธีจำกัดที่มีประสิทธิภาพ หรือทบทวนผลดีผลเสียจากโครงการให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
15 เมษายน 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องของความอนุเคราะห์ช่วยติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง จ.ชลบุรี
12 พฤษภาคม 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือกราบเรียนราชเลขาธิการเรื่อง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ให้ทำเอกสารเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงขึ้นทูลเกล้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงทราบถึงความก้าวหน้าในโครงการ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
29 มิถุนายน 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯ สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องของทราบความคืบหน้าผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
30 มิถุนายน 2547 นายสนอง บูรณะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอักษรศาสตร์ 10 ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ ในสำนักราชเลขาธิการ ได้ทำหนังสือถึงนายประมวล เอมเปีย ในเรื่องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ รล.0005.2/9166
1 สิงหาคม 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องขอให้สนับสนุนโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง (เขานางนม)
26 กันยายน 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
19 ตุลาคม 2547 นายประมวล เอมเปียได้ทำหนังสือกราบเรียน ราชเลขาธิการ เรื่องนำรายชื่อพสกนิกรกราบบังคมทูลพระกรุณาธิคุณ ที่ รล.0005.2/9166 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 พร้อมกับรายชื่อพสกนิกรที่ต้องการ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง จำนวน 64,891 รายชื่อ
1 พฤศจิกายน 2547 นายประมวล เอมเปีย ได้ทำหนังสือถึง ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ขอให้ช่วยติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม และขอให้จัดทำโครงการคลองส่งน้ำจากเขื่อนสียัดมายังอ่างเก็บน้ำคลองหลวง
16 ธันวาคม 2547 นายประมวล เอมเปีย ทำหนังสือถึงนายประเสริฐ เชื้อพานิช ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค ขอให้ซื้อที่ดินทำอ่างเก็บน้ำขนาด 100-200 ไร่ เพื่อตั้งโรงกรองประปาให้การประปาพนัสนิคมแห่งใหม่
ในปี 2549 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. นายประมวล เอมเปีย ได้รับความไว้วางใจจากชาวชลบุรี ให้เข้าไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทำงานเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรี แต่ว่าอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 5 เดือน เกิดรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อมา พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
นายประมวล เอมเปีย ไม่นิ่งนอนใจได้ยื่นหนังสือทวงถามการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองเช่นเคย
จนกระทั่งล่าสุดในปี 2550 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง นายประมวล เอมเปีย ได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่น้องชาวจังหวัดชลบุรี ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. แต่ว่าเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่ง สมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี
นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ในวันแถลงนโยบายของ สมัคร สุนทรเวช ให้หันมาสนใจและจัดสรรงบประมาณลงมาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวง นายสมัครรับปากว่าจะดำเนินการให้ ประกอบกับ นายประมวล เอมเปีย ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั่วประเทศไทย และได้ผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวง ล่าสุดได้มีการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2553 ด้วยงบประมาณผูกพันกว่า 1 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาในการก่อสร้าง 6 ปี
หากอ่างเก็บน้ำคลองหลวง จังหวัดชลบุรี สำเร็จเป็นรูปธรรมจะได้รับประโยชน์มากมายมหาศาล เนื่องจากจะมีต้นทุนน้ำอย่างน้อย 98 ล้านลูกบาศก์เมตร จากธรรมชาติที่ไหลจากต้นน้ำเขาใหญ่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ลงสู่อ่างเก็บน้ำคลองหลวง หลังจากนั้นจะแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรีได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ
ในการต่อสู้เพื่อผลักดันให้อ่างเก็บน้ำคลองหลวงตลอดมา จนประชาชนได้ขนานนามว่า " ประมวล เอมเปีย นักสู้ลุ่มน้ำคลองหลวง"
ในที่สุดอ่างเก็บน้ำคลองหลวงก็สำเร็จเป็นรูปธรรม เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สานฝันของนายประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวจังหวัดชลบุรี ให้เป็นจริง
จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชล โดย ณภัทร ขุนนากลัด 2-15 พฤษภาคม 2552
พิทักษ์ จิระวนิชกุล